หาบเร่ แผงลอย ร้านค้าริมทาง
หาบเร่ แผงลอย ร้านอาหารหรือร้านค้าทั่ว ๆ ไปที่ขายตามริมถนนบ้านเราเป็นอาชีพเก่าแก่ดั้งเดิมของชุมชนต่าง ๆ มานานแล้ว ปรกติก็ไม่ค่อยจะมีสรรพากรมายุ่งยากเท่าไหร่นอกจากร้านค้าของคุณจะขายดีอย่างเห็นได้ชัด เพราะการตรวจสอบและประเมินรายได้เพื่อคำนวณภาษีสำหรับธุรกิจประเภทนี้ทำได้ยากมาก ไม่เหมือนคนทำงานกินเงินเดือนซึ่งนายจ้างจะต้องแจ้งการจ่ายเงินเดือนแก่สรรพากรทุกเดือน หรือร้านค้าออนไลน์ที่สามารถตรวจสภาพกิจการได้จากรายการเดินบัญชีธนาคาร ซึ่งสรรพากรจะข่มขู่เจ้าของกิจการขอดูรายการเดินบัญชี ใครกลัวคำขู่ก็ตกเป็นเหยื่อไป ใครฉลาดเพิกเฉยต่อสรรพากรก็รอดตัวไป
แต่ในกรณีหาบเร่ แผงลอย หรือร้านค้าทั่วไปนั้น การประเมินภาษีทำได้ยากมาก เพราะไม่มีหลักฐานอะไรเลยที่จะบอกว่าร้านค้านี้มีรายได้ต่อปีเท่าไหร่ ดังนั้นเจ้าหน้าที่ต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการประเมินรายได้และภาษีของร้านค้าแต่ละร้าน แต่หากร้านค้าของคุณดูแล้วน่าจะขายดีกอปรกับความหิวของเจ้าหน้าที่สรรพากร ก็อาจทำให้แขกไม่ได้รับเชิญเหล่านี้เข้ามาในร้านคุณได้ แม้การประเมินภาษีจะทำได้ยาก แต่จุดอ่อนของร้านค้าเหล่านี้ก็คือไม่มีความรู้เรื่องภาษี ทำให้เมื่อต้องเผชิญหน้ากับเจ้าหน้าที่สรรพากรก็อาจตกเป็นเหยื่อได้ง่าย ๆ ในบทความนี้ขอถือโอกาสเล่าให้ฟังถึงการประเมินภาษีของสรรพากร ชี้ให้เห็นถึงปัญหาของการประเมินภาษี พร้อมเสนอแนะแนวทางแก้ไขให้กับทุกท่าน เพื่อเป็นภูมิคุ้มกันสรรพากรให้กับธุรกิจของท่านต่อไป
การนับลูกค้า
ถ้าร้านค้าคุณขายดี วันดีคืนดีจะมีเจ้าหน้าที่มาประเมินรายได้ของคุณ โดยวิธีการคือการนับลูกค้า โดยจะนับว่าในแต่ละวันมีลูกค้ากี่คน หรือไม่ก็นั่งนับว่าวันนี้คุณขายอะไรได้บ้าง จากนั้นก็ประมาณการว่ารายได้ของคุณทั้งปีเป็นเท่าไหร่
ตัวอย่างเช่นถ้าคุณเป็นร้านอาหาร สมมติเป็นร้านขายก๋วยเตี๋ยว สรรพากรจะมานั่งนับว่าวันนี้คุณขายก๋วยเตี๋ยวได้กี่ชาม ชามละเท่าไหร่ จากนั้นก็คูณออกมาเป็นรายได้ต่อวัน และคูณจำนวนวันของปีเป็นรายได้ของทั้งปี เมื่อได้รายได้ก็ประเมินเป็นภาษีที่คุณต้องเสีย ซึ่งการประเมินเหล่านี้จะมีปัญหาคือสรรพากรเลือกจะมาประเมินในช่วงเวลาที่คุณขายดีที่สุด ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณเปิดร้านขายอาหารในย่านสำนักงาน คุณเปิดร้านตั้งแต่ 9:00 – 18:00 และในช่วงที่ขายดีที่สุดก็คือช่วง 12:00 – 13:00 คือช่วงพักเที่ยงของสำนักงานในละแวกนั้น
ปัญหาคือสรรพากรจะมานับยอดขายคุณในช่วงเวลาที่คุณขายดีที่สุดและประเมินเป็นยอดขายทั้งวันด้วยตัวเลขนั้น เช่น ถ้าในช่วง 1 ชั่วโมงคือ 12:00 – 13:00 คุณอาจขายได้ 200 ชาม ชามละ 40 บาท สรรพากรจะถือวิสาสะประเมินว่าคุณมียอดขายชั่วโมงละ 200 x 40 = 8,000 บาท ขายวันละ 9 ชั่วโมงก็คือวันละ 8,000 x 9 = 72,000 บาท ยอดขายต่อปีเท่ากับ 72,000 x 250 = 18 ล้านบาท และคำนวณว่าคุณต้องเสียภาษีเท่าไหร่
จากลักษณะการประเมินดังกล่าว จะเห็นได้ว่ามีความไม่เหมาะสมคือ หากคุณขายอาหารให้กับสำนักงาน หนุ่มสาวออฟฟิศจะลงมาทานอาหารเที่ยงในช่วงเวลา 12:00 – 13:00 เท่านั้น การนำเอายอดขายในช่วงนี้มาประเมินยอดขายทั้งวันเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ใช่ครับสรรพากรแกล้งโง่เพื่อจะรีดภาษีคุณ ดังนั้นการมีภูมิคุ้มกันสรรพากรจึงเป็นสิ่งที่จำเป็นเพื่อป้องกันภัยจากโจรเหล่านี้
สิ่งแรกที่คุณต้องทำคือต้องไม่ยอมรับการประเมิน สรรพากรอาจจะใช้คุณเซ็นว่านับได้เท่าไหร่ ต้องห้ามเซ็นเด็ดขาด อย่างไรก็ดีสรรพากรจะส่งผลการประเมินมาที่บ้านคุณผ่านระบบไปรษณีย์ตอบรับ หากคุณเพิกเฉยต่อการประเมินภาษีนั้นหมายความว่าคุณยอมรับผลการประเมิน สิ่งที่คุณต้องทำคือโต้แย้งผลการประเมินนั้น และในการโต้แย้งต้องโต้แย้งแรง ๆ เช่น
- การนับลูกค้าในช่วงเวลาดังกล่าวและหมายรวมเป็นยอดขายต่อชั่วโมงเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะทั้งวันก็ขายได้แค่ช่วงนั้นเท่านั้น
- อ้างว่าการให้วันหนึ่งหมายรวมถึงยอดขายทั้งปีเป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะในช่วงที่ฝนตกลูกค้าก็ไม่ลงมาทานข้าว ยอดขายจะไม่สูงเท่านั้น ความจริงสรรพากรจะเลือกมาในวันที่ลูกค้ามาก ๆ วันอื่นสรรพากรก็อาจจะมาแต่ไม่แสดงตัว เช่น วันฝนตกที่คนไม่ออกมาทานข้าวกัน สรรพากรอาจแฝงตัวมาแต่เห็นว่าลูกค้าน่าจะน้อยเลยไม่แสดงตัวก็ได้ แต่จะเลือกแสดงตัวในวันที่ลูกค้ามาก ๆ
โดยการโต้แย้งต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร หรือไม่ก็ให้มีหลักฐาน เช่น เข้าไปคุยกับสรรพากรและถ่ายคลิปวีดีโอไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าคุณไม่ยอมรับผลการประเมินและโต้แย้งตามนี้ แนะนำให้คุณเปิดเกมรุกกับสรรพากร เช่น
- ตำหนิเจ้าหน้าที่ว่าไม่มีความรู้ความสามารถ ให้สรรพากรเปลี่ยนเจ้าหน้าที่ที่จะเข้ามาปฏิบัติการ เพราะเจ้าหน้าที่คนนี้ไม่มีความรู้พอที่จะดำเนินการดังกล่าวได้ หรือหากจะส่งเจ้าหน้าที่คนเดิมมาปฏิบัติการ ให้มานับในช่วง 9:00 – 10:00 แทนและคำนวณแบบเดิม การนับในช่วง 12:00 – 13:00 คุณไม่ยอมรับผลการประเมิน และหากผลการประเมินต่างกันให้ร้องเรียนการทำงานของเจ้าหน้าที่คนดังกล่าวทันทีว่าไม่มีคุณภาพ
- เมื่อสภาพอากาศมีผลต่อยอดขาย ให้สรรพากรมานับในวันที่ฝนตกด้วยหากไม่มีการนับลูกค้าในวันที่ฝนตก คุณจะไม่ยอมรับผลการประเมินเด็ดขาด
อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญที่สุดก็คือเราต้องไม่กลัวสรรพากร คุณคือผู้มีสัมมาชีพสุจริต ไม่ใช่ผู้ร้ายที่ต้องโทษอาญาแผ่นดิน เจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติงานต้องแสดงตัว มิเช่นนั้นให้ถือว่ามิจฉาชีพเข้ามาโดยมีวัตถุประสงค์ร้าย เมื่อคุณไม่กลัวสรรพากรรับรองว่าสรรพากรจะทำอะไรคุณไม่ได้เลย
เรื่องการนับลูกค้านี้ต้องดูว่าคุณค้าขายอะไร จะรับมือกับสรรพากรอย่างไร จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับตัวเองได้อย่างไร เรื่องนี้คงต้องอยู่ที่การวางแผนของตัวคุณแล้ว
การประเมินค่าใช้จ่ายส่วนตัว
เคยได้ยินกรณีหนึ่งเป็นร้านชำซึ่งประเมินภาษีลำบาก เจ้าหน้าที่เชิญเจ้าของร้านไปคุย เจ้าของร้านมีลูกอ่อน เจ้าหน้าที่ถามว่า ค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเท่าไหร่ ต่อเดือนเท่าไหร่ ต่อปีเท่าไหร่ แล้วประเมินยอดขายออกมาเลย เช่น ถ้าค่าใช้จ่ายต่อปีสำหรับครอบครัวนี้ 500,000 บาท เจ้าหน้าที่ถามว่าขายของได้กำไรกี่ % สมมติเจ้าของร้านบอก 10% เจ้าหน้าที่จะบอกว่าถ้าอย่างนั้นต้องขายได้ปีละ 5 ล้าน เพื่อให้ได้เงิน 5 แสนบาทมาจุนเจือครอบครัว ดังนั้นขอประเมินว่ายอดขายปีละ5 ล้านบาท
ถ้าเจอแบบนี้ก็ไม่ต้องยอมรับผลการประเมินครับ เถียงกลับไปพร้อมมีหลักฐานด้วย เช่น คุณเข้าไปคุยกับสรรพากรแล้วถ่ายคลิปเก็บไว้ ผมมักจะแนะนำให้ถ่ายคลิปวีดีโอระหว่างเจรจากับสรรพากรทุกครั้งถ้าทำได้ เพราะการมีการบันทึกหลักฐานการประชุมจะทำให้เจ้าหน้าที่ไม่กล้ากร่างกับเราและไม่กล้าที่จะทำสิ่งที่ผิด ๆ แบบนี้
สิ่งที่ต้องระวัง
ในการประเมินภาษีห้ามประเมินเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปีเด็ดขาด เพราะนั่นจะทำให้คุณโดนภาษีย้อนหลัง เช่น ถ้าประเมินว่ายอดขายปีละ 4 ล้านบาท คุณจะโดนภาษี VAT ย้อนหลัง ประมาณ 30% ของยอดขายต่อปี อย่างกรณีนี้คุณจะโดน VAT ประมาณ 1.2 ล้านบาท ซึ่งคุณคงไม่มีจ่ายแน่ ดังนั้นในการประเมินถ้าทำได้ห้ามเกิน 1.8 ล้านบาทต่อปี แต่เทคนิคในการเจรจาจะเป็นอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับความสามารถของคุณอีกเช่นกัน
หาบเร่ แผงลอย เป็นการค้าที่มีอยู่ทั่วไป สรรพากรก็เห็นแต่ไม่ค่อยสนใจเพราะการประเมินภาษีทำได้ลำบาก แต่หากในช่วงที่หิวมาก ๆ ร้านค้าเหล่านี้ก็มีสิทธิ์กลายเป็นเหยื่อได้เหมือนกัน เพราะมีจุดอ่อนคือไม่ค่อยรู้กฎหมายทำให้ตกเป็นเป้าหมายการรีดไถได้ง่าย ดังนั้นเจ้าของร้านควรมีภูมิคุ้มกันที่ดีเพราะป้องกันภัยจากสิ่งเหล่านี้ หากใครมีธุรกิจที่ประสบปัญหาในลักษณะที่ต่างออกไปสามารถที่จะแบ่งปันประสบการณ์กันได้ เพื่อจะได้แลกเปลี่ยนความคิดและอาจเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาของคุณหรือของคนอื่น สามารถติดต่อผ่านมาตามที่อยู่ที่ให้ไว้ในเว็บไซต์นี้ได้เลยครับ