ธุรกิจหอพัก อพาร์ทเม้นต์ บ้านเช่า

                ธุรกิจหอพัก อพาร์ทเม้นต์ หรือบ้านเช่า เป็นอีกเป้าหมายหนึ่งที่มักจะโดนสรรพากรมารบกวน เพราะลงทุนสูงและไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ เมื่อคุณเปิดหอพัก อพาร์ทเม้นต์ จึงเลี่ยงไม่พ้นที่จะต้องมีสรรพากรมาเยือน การมีภูมิคุ้มกันสรรพากรจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณรอดพ้นจากปัญหาเหล่านี้

 

การประเมินภาษี

                จากที่ได้เคยเจรจากับผู้ประกอบการหอพัก สรรพากรจะมาเยี่ยมยังสถานประกอบการและจะทำการประเมินภาษี จากประสบการณ์ของผมที่เจอมา สรรพากรจะถามว่าค่าเช่าต่อห้องเดือนละเท่าไหร่ สมมติ 5,000 บาท มีกี่ห้อง สมมติว่า 30 ห้องนะครับ สรรพากรจะดำเนินการคือคำนวณว่ารายได้ต่อปีเท่ากับ 5,000 x 30 x 12 = 1,800,000 จากนั้นก็คำนวณว่าต้องจ่ายภาษีเท่าไหร่

                จากตัวอย่างดังกล่าว การประเมินภาษีลักษณะนี้มีความไม่เหมาะสมคือ เนื่องจากหอพักของคุณมิได้มีคนเช่าเต็ม 100% ตลอดปี บางช่วงเวลาบางห้องอาจไม่มีคนพัก สมมติถ้านับแล้วประมาณ 50% แต่การประเมินรายได้ว่าห้องคุณเต็มตลอดทั้งปีแบบนี้เป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง

                วิธีการแก้ไขคือให้สรรพากรประเมินมาก่อน จากนั้นค่อยขอแก้ไขผลการประเมินนี้ อย่างไรก็ดีผมอยากให้คุณดำเนินการกับสรรพากรเชิงรุก คือนำผลการประเมินผิด ๆ นี้ไปยังคนที่เป็นหัวหน้าของเจ้าหน้าที่คนนี้ พร้อมแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ประเมินคนนี้ไม่มีความรู้ความสามารถ พร้อมขอให้เปลี่ยนคนประเมิน หลักฐานความผิดพลาดในการทำงานของเจ้าหน้าที่นี้จะเป็นอาวุธอย่างดีหากในอนาคตเกิดปัญหาขึ้น คุณจะมีหลักฐานเล่นงานและต่อรองกับสรรพากรได้หากเกิดกรณีพิพาทใด ๆ

 

ข้อควรระวัง

                รายได้ค่าเช่าเป็นรายได้ที่ไม่ต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มหรือ VAT แต่หากเป็นรายได้ค่าบริการจะต้องมี VAT กรณีหอพัก อพาร์ทเม้นต์ไม่ต้องเสีย VAT แต่หากมีงานบริการเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น มีการทำความสะอาดห้องพักให้กับผู้ให้บริการ จะกลายเป็นธุรกิจบริการที่ต้องจ่าย VAT ทันที เช่นพวก Service Apartment ดังนั้นหากคุณจะมีงานบริการเข้ามาเกี่ยวข้อง เช่น การทำความสะอาดห้องพัก บริการซักรีด ฯลฯ อาจจะจำเป็นต้องแยกมาเป็นอีกธุรกิจหนึ่งเพื่อไม่ให้รายได้ปะปนกับค่าเช่า เพราะจะพ่วงต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มทั้งหมด นอกจากจะทำให้กำไรลดลงแล้ว อาจจะเป็นโอกาสให้สรรพากรคิดภาษีย้อนหลังด้วย