ส่งมอบรายการเดินบัญชีไปแล้วจะทำอย่างไร
สำหรับผู้ขายสินค้าออนไลน์เมื่อต้องตกเป็นเป้าหมายการรีดภาษีของสรรพากร สิ่งหนึ่งที่จะต้องโดนคือสรรพากรจะขอดูรายการเดินบัญชีย้อนหลังเพื่อประเมินว่ารายได้ของคุณเท่าไหร่ จริง ๆ แล้วเราไม่ควรให้รายการเดินบัญชีกับสรรพากรตั้งแต่ต้น เพราะหากเราไม่ให้เสียอย่างปัญหาก็ไม่เกิด เพียงแต่ต้องอดทนกับการก่อกวนทางจิตวิทยาของสรรพากร ก่อนหน้านี้ได้มีกรณีหนึ่งที่ผมได้เล่าไว้ในกรณีศึกษาเรื่อง สู้กับสรรพากรอยู่ที่ใจ ซึ่งต้องเผชิญกับการข่มขู่จากสรรพากร แต่เมื่อใจสู้แล้วทุกอย่างก็จบ สรรพากรทำอะไรเราไม่ได้เลย
แต่บางกรณีที่คุณพ่ายแพ้ต่อจิตวิทยาของสรรพากรโดยยอมเปิดเผยข้อมูลรายการเดินบัญชี สรรพากรก็จะบอกว่ารายการเงินเข้าบัญชีทั้งหมดคือรายได้ ดังนั้นจะประเมินภาษีจากตัวเลขเงินเข้าบัญชีทั้งหมด ถึงตรงนั้นคงต้องเถียงกันยาว แต่ในสถานการณ์จริงถ้าคุณยอมส่งรายการเดินบัญชีให้สรรพากร เจ้าหน้าที่ก็รู้ว่าคุณกลัวสรรพากร เจ้าหน้าที่จะข่มขู่คุณเต็มที่ แต่หากใครชนะในเกมจิตวิทยาก็จะไม่ส่งเอกสารให้ เจ้าหน้าที่ก็ทำอะไรไม่ได้
กรณีอย่างนี้ภาษีที่จะต้องเสียมี 2 ส่วนได้แก่
- ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT
ในส่วนของภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว เพราะการขายสินค้าหักค่าใช้จ่ายได้ถึง 80% แต่สิ่งที่ต้องระวังเกี่ยวกับรายการเดินบัญชีคือ ถ้ารายได้เกิน 1.8 ล้าน จะต้องจด VAT นี่เป็นจุดแรกที่เจ้าหน้าที่จะรีบดู เพราะรีดง่ายและได้มากสุด ใครจะบอกว่าต้นทุนเท่าไหร่ไม่เกี่ยวเลย VAT คำนวณจากรายได้อย่างเดียว เจ้าหน้าที่จะคำนวณย้อนหลัง 2 ปี ที่ต้อง 2 ปีเพราะเจ้าหน้าที่มีอำนาจแค่นั้น (หากเจ้าหน้าที่ย้อนไปไกลกว่านั้นให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษรแล้วเล่นงานกลับเลยว่ามีหลักฐานว่าทำเกินหน้าที่ คุณอาจจะเอาประเด็นนี้ต่อรองเรื่องภาษีกลับไปได้) ตัวเลขที่ต้องเสียจะประมาณ 30% ของยอดขายต่อปี สมมติคุณขายได้ปีละ 10 ล้านคุณต้องจ่าย 3 ล้าน แบบนี้เสียหายแน่นอน
ถ้ารายได้คุณเกิน 1.8 ล้าน สิ่งแรกที่ต้องทำคือการต่อรองกับเจ้าหน้าที่ว่า ไม่ใช่เงินเข้าบัญชีทั้งหมดคือรายได้ แต่คงไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ใช่การต่อรองทำได้ยากครับ แต่หากเรายอมมอบรายการเดินบัญชีให้ไป นั่นแสดงว่าเรากลัวสรรพากรอยู่ลึก ๆ อาจจะต้องให้คนที่มีจิตวิทยาและศิลปะในการเจรจาสูง ๆ เข้าไปช่วยเจรจาแทน
อีกวิธีหนึ่งเพื่อหลีกเลี่ยงการเข้าสู่ระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม เนื่องจากสินค้าหลายชนิดไม่เข้าสู่ระบบ VAT เช่น ยา พืชผลทางการเกษตร ฯลฯ ให้คุณเปิดเว็บไซต์ขึ้นมาอีกเว็บไซต์หนึ่งขายสินค้าเหล่านี้และใส่หมายเลขบัญชีนี้ลงในหน้าเว็บ คุณจะอ้างได้ว่ารายได้ส่วนใหญ่มาจากการเว็บนั้น เช่น ถ้ามีรายได้ 3 ล้านและสรรพากรจะรีด VAT คุณให้ได้ แต่ถ้าคุณบอกรายได้ส่วนใหญ่มาจากการขายพืชผลทางการเกษตรที่เว็บไซต์ที่สอง โดยขายพืชผล 2 ล้าน อีก 1 ล้านคือเว็บนี้ (ที่มีปัญหา) นั่นจะเป็นข้ออ้างให้คุณหลุดจากเงื่อนไขของ VAT ได้
อย่างไรก็ดีไม่มีกฎหมายอย่างเป็นทางการระบุว่าเงินเข้าบัญชีทั้งหมดคือรายได้ แต่คุณต้องเผชิญกับการข่มขู่จากสรรพากร ผมได้เขียนบทความเรื่อ สรรพากรข่มขู่ผู้เสียภาษีอย่างไร ให้อ่าน อย่างไรเสียก็ลองดู แต่หากไม่มั่นใจในการเจรจาต่อรองแล้ว แนะนำว่าหาคนที่เจรจาได้ไว้ใจได้เข้าไปคุยแทนดีกว่าครับ